ข่าวสาร

ข่าว กิจกรรม และหลักสูตรอบรม ประกาศสำคัญที่ทุกท่านสนใจ

กรมการค้าต่างประเทศเตรียมออกประกาศรองรับการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองของอาเซียน (AWSC)

19 Apr 2019
 880

กรมการค้าต่างประเทศเตรียมออกประกาศรองรับการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองของอาเซียน (AWSC) หลังอาเซียนเห็นชอบให้รวมโครงการเดิม 2 โครงการเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ ลดขั้นตอน เพิ่มความรวดเร็ว ลดค่าใช้จ่าย ทำให้ค้าขายกันในอาเซียนสะดวกมากขึ้น

 

กรมการค้าต่างประเทศ เผยว่า กรมฯ ได้เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียนด้านกฎถิ่นกำเนิดสินค้า (SC-AROO) ครั้งที่ 29 เมื่อวันที่ 11–13 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยที่ประชุมได้ตกลงในการปรับปรุงแก้ไขแนวปฏิบัติ (Operational Certification Procedure: OCP) ของความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement: ATIGA) เพื่อรองรับการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองของอาเซียน หรือ ASEAN-Wide Self-Certification (AWSC)

 

สำหรับการปรับระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้ามาเป็นระบบ AWSC ในปัจจุบันอาเซียนมีระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง 2 ฉบับ โดยแต่ละฉบับมีเงื่อนไขรายละเอียดแตกต่างกันในบางกรณี เช่น

ผู้ที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายผู้ที่มีสิทธิรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง

หรือ

จำนวนรายการสินค้าที่ผู้ประกอบการสามารถรับรองคุณสมบัติถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองได้

ส่งผลให้การรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองของอาเซียนยุ่งยาก และซับซ้อน และแต่ละโครงการก็มีสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมไม่เหมือนกัน โดยโครงการที่ 1 มีสมาชิก คือ บรูไน กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ เมียนมา และไทย

และ

โครงการที่ 2 มีสมาชิก คือ อินโดนีเซีย ลาว ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย

อาเซียนจึงให้มีการเจรจาควบรวมระเบียบปฏิบัติโครงการนำร่องที่ 1 และโครงการนำร่องที่ 2 ให้เป็นฉบับเดียวกัน เพื่อลดความยุ่งยากและซับซ้อนของการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง

 

ทั้งนี้ ในส่วนของกรมฯ จะเร่งรัดการปรับเปลี่ยนระเบียบปฏิบัติให้แล้วเสร็จภายในปี 2562 โดยได้เตรียมออกประกาศในเรื่องการกำหนดคุณสมบัติของผู้ขึ้นทะเบียนเพื่อได้รับสิทธิการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง รวมทั้งข้อความในการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า การเก็บรักษาเอกสารที่เกี่ยวข้องหลังจากการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองหากมีการตรวจสอบย้อนหลังจากประเทศผู้นำเข้า ตลอดจนวิธีการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองกรณี Back-to-Back Certificate of Origin และยังมีแผนการปรับปรุงระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการขึ้นทะเบียนและการรายงานการใช้สิทธิฯ ดังกล่าวให้มีความทันสมัย สะดวกต่อการใช้งาน และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติอีกด้วย

 

“การรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองจะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้า เพิ่มความสะดวกรวดเร็ว ลดขั้นตอนการส่งออก และลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการในการส่งออกไปยังประเทศสมาชิกในภูมิภาคอาเซียน โดยผู้ประกอบการสามารถรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองลงในเอกสารทางการค้า เช่น Invoice, Packing List , D/O เป็นต้น เพื่อแสดงเอกสารดังกล่าวต่อศุลกากรประเทศผู้นำเข้าในการขอยกเว้นหรือลดภาษีนำเข้าได้เช่นเดียวกับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form D” นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าว

 

ปัจจุบันมีผู้ส่งออกไทยที่ได้ขึ้นทะเบียนในโครงการนำร่องที่ 1 จำนวน 207 ราย และโครงการนำร่องที่ 2 จำนวน 119 ราย รวมทั้งสิ้น 326 ราย มีมูลค่าการส่งออกโดยใช้สิทธิในการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองปี 2561 รวมทั้งสิ้น 2,599 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคาดว่าหลังจากที่เริ่มมีการใช้ ASEAN-Wide Self-Certification (AWSC) จำนวนผู้ขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิฯ จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นตามไปด้วย

สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กรมการค้าต่างประเทศ โทร 0 2547 4808 หรือเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th สายด่วน 1385

ที่มา : www.dft.go.th

แสดงความคิดเห็น

กรุณาคลิก เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สมัครสมาชิกเว็บไซต์ เพื่อการใช้งานที่ดีเยี่ยม

สมาชิกเว็บไซต์สามารถใช้งานฟีเจอร์ของเว็บไซต์ได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสมัครเรียนกับ iTi การส่งสมัครงาน การใช้ระบบพิกัด/คำวินิจฉัย การรับช่าวสาร อ่านเพิ่มเติม