ข่าวสาร

ข่าว กิจกรรม และหลักสูตรอบรม ประกาศสำคัญที่ทุกท่านสนใจ

การส่งออกไทยปี  2563  หดตัวทั้งด้านผลิตและโลจิสติกส์

22 May 2020
 3,155

การส่งออกไทยปี  2563  หดตัวทั้งด้านผลิตและโลจิสติกส์

 

 

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยระบุว่า สถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบันจะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อการส่งออกและนำเข้าของไทยภายใต้สมมติฐานว่าถ้าการส่งออกไปจีนได้รับผลกระทบ - 75% ถึง -25% จัดเรียงจากเดือนกุมภาพันธ์ที่คาดว่าน่าจะได้รับผลกระทบมากสุดที่ -75% เดือนมีนาคมได้รับผลกระทบ  -50% และเดือนเมษายนถึงมิถุนายนได้รับผลกระทบ  -25%  ตามลำดับ จะทำให้การส่งออกของไทยในช่วงไตรมาส  1/63 หดตัวประมาณ -3.6% ไตรมาส 2/63 หดตัวประมาณ  -2.91% และครึ่งปีหลัง  63 หดตัวประมาณ  -3.3% โดยปัจจัยเสี่ยงจากปัญหาโควิด -19 ส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชนกับจีนที่ต้องหยุดชะงัก  โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วน เม็ดพลาสติก  เครื่องคอมพิวเตอร์  อุปกรณ์และส่วนประกอบ  เคมีภัณฑ์  ผักผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง ซึ่งอาจทำให้ขาดแคลนวัตถุดิบและกระทบต่อการผลิตทั้งของไทยและจีน โดยคาดว่าจะเริ่มเห็น ผลกระทบชัดเจนจากการส่งออกในเดือน ก.พ. 63 อีกทั้งเกิดปัญหา  Disrupt  ในระบบโลจิสติกส์ทั้งทางเรือ  ทางอากาศ และทางถนน ถึงแม้โรงงานและระบบศุลกากรจีนจะเริ่มกลับมาทำงานบ้างแล้ว แต่พนักงานยังไม่สามารถกลับมาทำงานได้เต็มจำนวน ทำให้เกิด ปัญหาความแออัดในท่าเรือ และการตกค้างของสินค้าประกอบกับเกิดต้นทุนส่วนเพิ่มจากการเรียกเก็บค่า   congestion surcharge โดยเฉพาะตู้  Reefer ที่ต้องใช้ในกลุ่มผักและผลไม้สด  เป็นต้น นอกจากนี้  ยังมีผลกระทบของภัยแล้งที่คาดว่าจะรุนแรงในปี 63 ส่งผลต่อปริมาณสินค้าเกษตรที่ออกสู่ตลาดลดลงไม่เพียงพอต่ออุปสงค์ทั้งภายในและต่างประเทศ  อาทิ  ข้าว  มันสำปะหลัง  และผลไม้ตามฤดูกาล เป็นต้นอย่างไรก็ตาม  สรท.ยังคงคาดการณ์การส่งออกในปี  63  ว่าจะเติบโตที่ระดับ  0-1%  บน สมมติฐานค่าเงินบาท  30.50  บาท/ดอลลาร์  โดยมีปัจจัยบวกสำคัญ  ได้แก่

1.เงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 2 มี.ค. 63 เท่ากับ 31.48 บาท/ดอลลาร์  เคลื่อนไหวในกรอบ 31.0-31.84 บาท/ดอลลาร์) จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย  (ธปท.)  จาก  1.25% เป็น  1.00% ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และ จากความกังวลในสถานการณ์การระบาดของโรด   COVID-19  ต่อ เศรษฐกิจภายในประเทศ และเสถียรภาพของเงินบาท

2.ทิศทางราคาทองคำยังไม่ขึ้นรูปยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องประกอบกับแนวโน้มการถือครองเพื่อเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย  เป็นให้ผลดีช่วยให้ทิศทางการเติบโตของการส่งออกในภาพรวมให้ดีขึ้น และ

3.ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องหลังตลาดวิตกสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19  ฉุดความต้องการน้ำมันดิบในตลาตโลก  ทำให้ต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศลดต่ำลง  สรท.มีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลื อผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการ แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ประกอบด้วย

ด้านต้นทุนการเงิน

1.เน้นการปล่อยสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการในดำเนินธุรกิจ  อาทิ  การสนับสนุน เงินดอกเบี้ยต่ำระยะ  6  เดือน  และการขยายระยะเวลาการชำระคืนสินเชื่อเพื่อการส่ งออก ระยะเวลา  12  เดือน

2.การหยุดพักชำระหนี้ธนาคารและค่าธรรมเนียมต่งๆเป็นระยะเวลา  12  เดือน

3.การยกเว้นภาษีสรรพสามิตและภาษีหัก  ณ  ที่จ่าย  3%  เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่พึ่งพาตลาดจีนเป็นหลัก

4.การชะลอเรียกเก็บภาษีใหม่ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจในช่วงสถานการณ์ดังกล่าว  อาทิ ภาษีความหวาน  ความเค็ม  เป็นต้น

ด้านการตลาดและโลจิสติกส์

1.กระทรวงพาณิชย์ควรจัดให้มีทีม Social Media หรือ Call Center เพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อสอบถามและรายงานสถานการณ์ปัจจุบัน  เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถสอบถามข้อมูล สำหรับประกอบการวางแผนในการดำเนินธุรกิจ  และควรเป็นสื่อกลางในการแจ้งข้อมูลข่าวสารลำสุดเพื่อประกอบการการตัดสินใจของผู้ประกอบการเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศจีนรายมณฑล จุดขนส่งสินค้าต่างๆ ที่สามารถดำเนินการได้

2.เพิ่มความถี่การจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  (Thailand Exhibition)

3.กระทรวงพาณิชย์ควรประสานขอความร่วมมือกับรัฐบาลจีนทั้งส่วนกลางและรายมณฑลในเรื่องผ่อนปรนกฎระเบียบการนำเข้าและส่งออกสินค้า  และยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ  อาทิ congestion surcharge และ storage charg

4.ขอให้เร่งเจรจาเขตการค้าเสรี  FTA อาทิ  Thai-EU, RCEP, Thai-United Kingdom, Thai- Pakistan, Thai-Turkey, Thai-EFTA และ Thai-Sri Lanka เพื่อชดเชยการพึ่งพาตลาดจีนและ เป็นการกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดใหม่เพิ่มมูลค่าการส่งออก  และเพื่อไม่ให้ไทยเสียตลาดหลัก ให้กับคู่แข่งที่ได้มีการทำ  FTA  ไปกับกลุ่มประเทศดังกล่าวก่อนหน้า

5.กำกับดูแลให้สายเรือขนส่งสินค้าจัดหาตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ส่งออกในอัตราค่าระวางที่เหมาะสม

6.จัดหาบริการขนส่งสินค้าทางอากาศในลักษณะเช่าเหมาลำ (Charter Flight-Freighter) เพื่อรองรับความต้องการขนส่งสินค้า  Perishable  ซึ่งไม่สามารถขนส่งสินค้าทางทะเล  เนื่องจากยังมีปัญหาท่าเรือแออัด

7.เตรียมความพร้อมท่าเรือของไทยสำหรับรองรับความต้องการขนส่งสินค้าน้ำเข้าและส่งออกไปยังประเทศจีนเพื่อป้องกันบัญหาความแออัดของสินค้า เมื่อประเทศจีนสามารถขนส่งสินค้าได้ ตามปกติ

(ข้อมูลจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์)

แสดงความคิดเห็น

กรุณาคลิก เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สมัครสมาชิกเว็บไซต์ เพื่อการใช้งานที่ดีเยี่ยม

สมาชิกเว็บไซต์สามารถใช้งานฟีเจอร์ของเว็บไซต์ได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสมัครเรียนกับ iTi การส่งสมัครงาน การใช้ระบบพิกัด/คำวินิจฉัย การรับช่าวสาร อ่านเพิ่มเติม